ตลาดพระโขนง ชวนส่อง สถานที่เที่ยววันหยุด

ตลาดพระโขนง ชวนส่อง สถานที่เที่ยววันหยุด
ตลาดพระโขนง

ตลาดพระโขนง หลายคนคงเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับ แม่นาคพระโขนง ที่มาตั้งแต่โบราณ ก็คงชวนให้ขนหัวลุกไม่น้อยเลยทีเดียว เวลาที่นึกถึง ‘ย่านพระโขนง’ ทีไรอดทำให้ขนลุกเกรียวกันไม่ได้ บทความนี้จะชวนทุกท่านไปพิสูจน์ว่าย่านพระโขนงน่ากลัวอย่างที่ทุกคนเข้าใจกันหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ

มาเริ่มกันที่ ตลาดพระโขนง แต่เดิมนั้นในอดีตเป็นตลาดริมน้ำ หรือ ตลาดริมคลอง เมื่อ พ.ศ. 2400 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการขุดคลองถนนตรง เชื่อมต่อบางนากับคลองผดุงกรุงเกษม ทำให้เกิดย่านการค้าบริเวณปากคลองถนนตรง หรือย่านพระโขนงในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นตลาดริมน้ำ มีตลาดสดตั้งอยู่ริมคลอง ผู้คนในตลาดเป็นคนไทยเชื้อสายจีน มีโรงเรียนจีนเป็นสถานศึกษา มีศาลเจ้าแม่ทับทิม พื้นที่รอบ ๆ ย่านพระโขนงเป็นที่สวนของชุมชนมุสลิมซึ่งตั้งรกรากมานานจนถึงปัจจุบันต่อมาจึงมีการตัดถนนสุขุมวิท จึงได้พัฒนาจากตลาดน้ำมาเป็นตลาดบก โดยคลองที่มีอยู่ถูกถมทำเป็นถนนหลายคลอง เรือนแถวไม้และโรงเรียนจีนก็ถูกปิดไป สร้างเป็นตึกแถวแทน พัฒนาเป็นศูนย์กลางบันเทิง ศูนย์กลางแฟชั่น และศูนย์กลางเครื่องใช้ไฟฟ้า

สำหรับย่านพระโขนงในช่วงปี พ.ศ. 2519–2530 เคยรุ่งเรืองมากมีโรงเรียนสอนตัดเสื้อและเสริมสวย ห้างขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเอดิสัน และมีห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ห้างเวลโก้ ห้างอาเชี่ยน ห้างไทยไดมารู มีโรงภาพยนตร์ชื่อดังถึง 6 แห่ง อย่าง พระโขนงเธียเตอร์ และเคยเป็นโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สามารถจุคนได้ถึง 2,000–3,000 ที่นั่ง พระโขนงรามา โรงหนังเอเชีย เจ้าพระยาเธียเตอร์ ฮอลิเดย์ และลอนดอน ทว่าเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อ พ.ศ. 2526 ส่งผลทำให้เกิดการย้ายออกเป็นจำนวนมาก กิจการโรงหนังชั้นสองปิดตัวลงไป

ตลาดพระโขนง สมัยใหม่ ?

ตลาดพระโขนง

ความหลากหลายวัฒนธรรมที่มีในบริเวณ ตลาดพระโขนง ในสมัยก่อนจะเห็นได้ชัดเลยว่าคนโบราณในอดีตมักจะเดินทางด้วยเรือเป็นหลัก แต่พอปัจจุบันย่านพระโขนงได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงมีการเดินทางที่สะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้นอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส ด้วยเหตุนี้ทำให้พระโขนงได้เป็นทำเลที่มีคนหลายเชื้อชาติได้เข้ามาอยู่อาศัยอย่างมาก เพราะว่าพระโขนงเริ่มมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

สำหรับในตลาดพระโขนงมีผู้คนหลายเชื้อชาติจำนวนมาก ที่อาศัยอยู่รวมกันในนั้น มีทั้งชาวพม่า กะเหรี่ยง และเนปาล แต่ส่วนใหญ่มักเป็นชาวพม่าที่มีอาชีพค้าขายกันในตลาดพระโขนง พอได้เข้ามาภายในตลาดพระโขนงก็จะพบกับร้านขายของ ผู้คนที่เดินกันในตลาดแบบพลุกพล่าน มีร้านขายเสื้อผ้าที่คนในตลาดเอาออกมาขาย ในตลาดจะมีร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านขายขนมหวาน รวมถึงการแต่งกาย ที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชาวพม่าได้อย่างชัดเจน โดยจะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตกลมกลืนกับวัฒนธรรมท้องถิ่นไทยได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ

วัดมหาบุศย์ ขอพรความรัก สายมูห้ามพลาด

ตลาดพระโขนง

หนึ่งในตำนานความรักอันบริสุทธิ์และมั่นคงของ แม่นาค พระโขนง ที่มีให้กับพ่อมาก จนกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ ที่มีการนำมาถ่ายทอดในรูปแบบของภาพยนตร์ ละคร มาหลายรุ่น และกลายเป็นหนึ่งในที่ขอพรศักดิ์สิทธิ์ของ วัดมหาบุศย์ ที่มีผู้คนมากราบไหว้กันอย่างล้นหลาม ไม่ขาดสายเลยทีเดียว

วัดมหาบุศย์ หรือ วัดแม่นาคพระโขนง เหตุก็เพราะมีศาลแม่นาคตั้งยู่ภายในวัด ในอดีตเล่ากันว่า วัดมหาบุศย์ เป็นวัดราษฎร์ที่เก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2305 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย โดย พระมหาบุตร วัดเลียบ (วัดราชบูรณะ) ที่ได้เดินทางมาเยี่ยมญาติโยมของท่าน ในคลองพระโขนง ชาวบ้านรู้ข่าวจึงได้นิมนต์ให้ท่านจำวัตรอยู่ที่นี่ และสร้างวัดขึ้นโดยให้ชื่อว่า “วัดมหาบุศย์” ตามชื่อของพระมหาบุตรค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาในซอยตลอดสองข้างทาง มีร้านขายสังฆทาน ชุดไทย ของเล่นเด็กมากมาย และมีบริการดูดวงจากหมอดูสารพัดอีกด้วยค่ะ หากเดินเข้ามาในบริเวณวัดจะเจอกับ หลวงพ่อยิ้ม และเดินตรงเข้ามาเรื่อยก็จะเจอกับศาลเจ้าแม่กวนอิม มีตู้ทำบุญบริจาค ทำบุญไถ่โค กระบือ อีกด้วยนะ

ศาลแม่นาค หรือ ย่านาค จะตั้งอยู่ท้ายวัดค่ะ ให้เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับรูปปั้นของแม่นาคอยู่หน้าศาล ตามความเชื่อดั้งเดิม เริ่มแรกแม่นาคเป็นคนบางจาก แล้วมาได้สามีคือพ่อมาก คนคลองพระโขนง อยู่กินกันจนพ่อมากถูกเกณฑ์ทหาร โดนหมายเรียกรับใช้ ด้านแม่นาคอยู่จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยจึงมาทำคลอดให้ แต่ลูกของแม่นาคไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมาตามธรรมชาติ ทำให้แม่นาคเจ็บปวด และในที่สุดก็ทนความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม

หลังจากนั้น ศพของแม่นาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนพ่อมากเมื่อปลดประจำการแล้วกลับมายังพระโขนงโดยที่ยังไม่ทราบว่าแม่นาคเสียชีวิตแล้ว เมื่อกลับมาอยู่บ้าน แม่นาคก็คอยพยายามรั้งให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะกลัวว่าพ่อมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน จนวันนึงพ่อมากผ่านมาเห็นแม่นาคเอื้อมมือเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน จึงปักใจเชื่อว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน

จากนั้นพ่อมากได้หนีไปพึ่งพระที่วัด แม่นาคไม่ลดละความพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงพ่อมาก ทำให้แม่นาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัว และมีความเชื่ออีกว่า ความเฮี้ยนของแม่นาค ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง

ในที่สุดแม่นาคก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่ และถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงด้วย กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของแม่นาคถูกเคาะออกมาทำหัวปั้นเหน่ง เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำแม่นาคสู่สุคตินั่นเองค่ะ

สำหรับการขอพรกับย่านาค ส่วนใหญ่จะขอพรในเรื่องความรัก โชคลาภ ขอลูก เกณฑ์ทหาร หากมาบนเรื่องเกณฑ์ทหาร ทางศาลก็มีจัดเป็นชุดสำหรับบนไว้ค่ะ ถ้าเป็นเรื่องโชคลาภขอหวย ก่อนวันหวยออก 1 วัน ทางวัดเปิดให้มาขอพรตลอดทั้งคืนเลยค่ะ

สำหรับวิธีการขอพรย่านาค มีดังต่อไปนี้ ทางศาลมีชุดสำหรับไหว้ไว้จุดธูป 2 ดอก เทียน 1 เล่ม เลือกพวงมาลัยหรือดอกไม้ จุดธูป เทียนด้านล่างของศาลแล้วถึงขึ้นไปแปะแผ่นทองที่ย่านาคด้านบนค่ะ นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามสำหรับไหว้ย่านาค

  1. ห้าม ปิดทองที่ใบหน้า ที่ดวงตา และริมฝีปาก
  2. ห้าม เทน้ำมันจันที่องค์ย่านาค ให้ปิดทองขอพรย่านาคที่ฝ่ามือ
  3. ห้าม พรมน้ำอบ และรดน้ำย่านาค

ทุกๆ วันที่ 20 ของเดือน ทางวัดมหาบุศย์มีจัดพิธีสวดพระอภิธรรมเสริมบารมีให้แก่ย่านาคพร้อมบริวาร เดินออกมาบริเวณศาลย่านาค มีคลองพระโขนงให้อาหารปลา ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ให้อาหารนก พร้อมบทสวดมนต์อีกด้วยค่ะ

 เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ ความเปลี่ยนแปลงในย่านพระโขนง ตั้งแต่สมัยโบราณแต่กาลก่อนจวบจนถึงตลาดพระโขนงที่มีในสมัยนี้ นับได้ว่าตลาดพระโขนงเป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น พม่า เนปาล หรือแม้กระทั่งคนไทย และย่านพระโขนงจากตำนานแม่นาคพระโขนงนี้ไม่ได้น่ากลัว ตรงกันข้ามที่นี่กลับแหล่งผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติเข้าด้วยกันจนเด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ของตลาดละแวกนี้ นอกเหนือจากนี้ย่านพระโขนงเป็นสถานที่ที่คนอยากมีคู่สามารถขอพรด้านความรักได้อย่างสมปรารถนาอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วคนอยากมีคู่ ลองไปขอพรกันได้นะคะ สายมูบูชาความรักห้ามพลาดเลยค่ะ