พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ เปิดตำนาน ที่คนรักพระ

พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ เปิดตำนาน ที่คนรักพระ
พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ

พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ คงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสมัยนี้มีพระเครื่องเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แต่หากเซียนพระหรือนักสะสมพระมากมายคงไม่รู้จักพระเครื่องหลวงปู่โต๊ะไม่ได้เป็นแน่ บทความนี้จะชวนทุกคนมารู้จักพระเครื่องของหลวงปู่โต๊ะกันค่ะ

มาเริ่มต้นกันที่พระปิดตามหาเสน่ห์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี พ.ศ.2518 เริ่มจากพระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ รุ่นแรกสำหรับวันนี้ก็คือ พระปิดตามหาเสน่ห์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี พ.ศ.2518 ถือเป็นเหรียญที่ผู้คนต่างนิยม และเป็นที่
ปรารถนาสำหรับนักสะสมในวงการพระเครื่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความพิถีพิถันและปราณีตในการสร้างตั้งแต่เรื่องของมวลสารไปจนถึงการปลุกเสก ได้มีการจัดสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ 2518 ซึ่งวัดใหม่อมตรส (หรือวัดบางขุนพรหมใน
ปัจจุบัน) เป็นผู้จัดการด้านส่วนผสมของมวลสารในการจัดสร้างครั้งนั้น โดยมีการผสมให้ผงกดพิมพ์นั้นได้มีผงพุทธคุณของหลวงปู่โต๊ะผสมเข้าไปด้วย จากนั้นหลวงปู่โต๊ะจึงทำการปลุกเสกโดยใช้ระยะเวลานานถึง 1-6 พรรษา ที่ถือว่าเป็น
เวลาที่นานพอสมควร สำหรับทางด้านพุทธคุณมีการร่ำลือกันว่า โดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยม รวมไปถึงเรื่องประสบ
ความสำเร็จ การจัดสร้างในครั้งนั้นมีด้วยกัน 2 เนื้อคือ พระเนื้อผงเกสรจำนวนประมาณ 33,000 องค์ และพระเนื้อผงใบลานจำนวนประมาณ 3,000 องค์ ถือเป็นพระเนื้อผงที่มีความสวยงามปราณีต ทางด้านพุทธศิลป์มีความอ่อนช้อยและมีขนาดที่เล็กกระทัดรัด รูปทรงอ้วนสมบูรณ์

สำหรับพุทธลักษณะของพระปิดตามหาเสน่ห์ ทางด้านหน้า เป็นลักษณะของอ้วนใช้มือปิดตาด้วยลำแขนใหญ่ มีร่องลึกระหว่างมือ และในส่วนของร่องระหว่างนิ้วนั้นมีความชัดลึกที่สามารถมองเห็นได้ชัด ในส่วนของด้านหลังนั้น จะมีการ
จารึกอักษร 3 บรรทัด คือคำว่า “หลวงปู่” ดทางด้านบนสุด บรรทัดถัดมาช่วงกึ่งกลางพระคือคำว่า “โต๊ะ” และบรรทัดสุดท้ายที่คำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี” ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียบง่ายในแบบฉบับของหลวงปู่โต๊ะเลยทีเดียวค่ะ

2. พระปิดตา “ยันต์ดวงเล็ก” หรือ “ยันต์สุกิตติมาพิมพ์เล็ก” หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521-2523

มาต่อกันที่พะเครื่องรุ่นต่อไปของหลวงปู่โต๊ะอีกหนึ่งรุ่น ที่มีชื่อเรียกว่า พระปิดตา “ยันต์ดวงเล็ก” หรือ “ยันต์สุกิตติมาพิมพ์เล็ก” หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521-2523 สำหรับพระปิดตารุ่นนี้มีลักษณะเป็นยันต์ดวงเล็กคล้ายกับเป็นการย่อส่วนลงมาจากพระปิดตาจัมโบ้ 2 ถือเป็นพระปิดตาที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มพระปิดตารุ่น 3 ไตรมาส แต่มีความสวยงามและมองเห็นรายละเอียดความคมชัดลึกได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ผู้คนมักนิยม และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมหลายๆท่าน รวมทั้งด้านพุทธคุณที่มีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องโชคลาภด้านการเงินอย่างมากและทางเมตตามหานิยมอีกด้วย  สำหรับพระปิดตารุ่นนี้ได้มีการสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ 2521 มาจนถึงปี พ.ศ 2523 ซึ่งหลวงปู่โต๊ะท่านเป็นผู้ปลุกเสก โดยใช้เวลาปลุกเสกนานถึง 3 พรรษา เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หายาก และเรียกได้ว่ายังทันการปลุกเสกของหลวงปู่ เนื่องจากถัดมา ในปีพ.ศ 2524 นั้น หลวงปู่โต๊ะได้มรณภาพ ในการสร้างครั้งนั้นมีจำนวนการสร้างโดยแบ่งเป็น 2 เนื้อ คือ 1.พระเนื้อผงใบลานจำนวนประมาณ 51,174 องค์ และเนื้อผงธูปกรรมฐานจำนวนประมาณ 2,000 องค์

สำหรับพุทธลักษณะพระปิดตายันต์ดวงเล็ก ทางด้านหน้ามีเม็ดพระศกที่มีความคมชัด ซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงความคมชัดของ นิ้วมือ นิ้วเท้า นอกจากนี้ยังมีลักษณะเป็นองค์พระใช้มือปิดตา ที่มีท่อนแขนขนาดใหญ่อ้วนสมบูรณ์ปรากฎอยู่ มีติ่งหูที่ยาวลงมาจนถึงบริเวณไหล่ที่ทำให้สังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน ในส่วนข้องด้านหลังนั้น มียันต์สุกิตติมาอยู่บริเวณกึ่งกลางองค์พระ และมีเส้นแนวฉากที่เป็นแนวตรงปรากฎให้เห็น พร้อมกับอักขระที่ชัดเจนปรากฎอยู่ และ ด้วยพุทธศิลป์ที่สวยงามที่มีความโดดเด่นนั้น จึงทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างมากมาย

3. พระพิมพ์ “กลีบบัวใหญ่” หลวงปู่โต๊ะ ปี 2468 มาดูกันอีกหนึ่งรุ่นของหลวงปู่โต๊ะ ซึ่งก็คือ พระพิมพ์ “กลีบบัวใหญ่” หลวงปู่โต๊ะ ปี 2468 หรือมีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า “รุ่นแช่น้ำมนต์” ถือเป็นรุ่นที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีอายุการสร้างมาเกือบสร้าง 100 ปี เห็นจะได้ มีความขลังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นพระผง 1 ของ 13 พิมพ์ ที่หลวงปู่โต๊ะท่านได้สร้างไว้ในปี พ.ศ 2468 มวลสารที่ได้นำมาสร้างล้วนแล้วแต่ใช้สิ่งมงคลนำมาเป็นส่วนผสมทั้งสิ้น  รวมทั้งได้นำไปแช่ในน้ำมนต์จึงเป็นที่มาของการเรียกกันว่า “รุ่นแช่น้ำมนต์” ด้านพุทธลักษณะนั้นรูปทรงขององค์พระมีความคล้ายกับใบโพธิ์ ลักษณะของพระประธานอยู่ในปางสมาธิ บนฐาน ความคมลึกมีความชัดที่น้อยมากๆ ในส่วนของหลังเป็นลักษณะเรียบ เป็นเนื้อผงแต่มีความงดงามแบบโบราณ และแลดูขลังเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระเครื่องอีกหนึ่งรุ่นที่เหล่านักสะสมต่างใฝ่ฝันเนื่องด้วยมีอายุเก่าแก่มากๆเลยทีเดียวค่ะ

พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ ที่หลวงปู่โต๊ะสร้าง และหลวงปู่โต๊ะเป็นใคร?

พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ

ลิงก์ : https://www.pinterest.com/pin/353884483194050621/

พระราชสังวราภิมณฑ์ ( โต๊ะ อินทสุวณณเถร ) วัดประดู่ฉิมพลี หรือที่เรียกขานกันทั่วไปว่า “หลวงปู่โต๊ะ” ท่านเป็นชาวสมุทรสงครามโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 5 ขึ้น 4 ค่ำ ปีกุน ยังเป็นอัฐศก ตรงกับวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2429 ณ.บ้านคลองบางน้อย ตำบลบางพรมหม อำเภอคณฑี

เป็นบุตรของนายพลอย กับ นางทับ รัตนคอน มีน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันคนหนึ่งชื่อ เฉื่อย เมื่อเยาว์วัยอยู่กับบิดามารดาและได้เล่าเรียนวิชาหนังสือไทยที่วัดเกาะแก้ว ปากคลองบางน้อย ใกล้บ้านเกิด ครั้นมารดาถึงแก่กรรม พระภิกษุแก้ว ผู้เป็นญาติบวชอยู่กับพระอุดรคณารักษ์ วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ ฯ พาท่านมาฝากให้อยู่กับอธิการสุข วัดประดู่ฉิมพลี เมื่ออายุได้ 13 ปี ส่วนนายเฉื่อยน้องชายนั้นมิได้ตามมาด้วย บรรพชา อุปสมบท

หลวงปู่โต๊ะมาเรียนหนังสือต่อที่วัดประดู่ฉิมพลีอีกประมาณ 4 ปี พออายุได้ประมาณ 17 ปี ก็บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดนี้ โดยมีพระอธิการสุขเป็นอุปัชฌาย์ บรรพชาได้วันเดียวพระอธิการสุข ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และผู้อุปการะของท่านก็ได้มรณะภาพ นายคล้าย นางพันธ์ ซึ่งเป็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ของพระอธิการสุข และมีบ้านอยู่ใกล้วัดประดู่ฉิมพลีจึงได้อุปาการะท่านต่อมา

เมื่อบรรพชาแล้ว ท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยในสำนักวัดประดู่ฉิมพลี ซึ่งมีพระอธิการคำเป็นเจ้าอาวาสปกครองสืบมา พร้อมกับเรียนกรรมฐานกับพระอาจารย์พรมหมอีกทางหนึ่งด้วย จนกระทั่งอายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดประดู่ฉิมพลี โดยมีฉายานามว่า “อินทสุวณโณ”

หลวงปู่โต๊ะกับภารกิจงานด้านต่างๆ

พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ

ลิงก์ : https://www.pinterest.com/pin/442619469631443209/

หลวงปู่โต๊ะกับงานภารกิจด้านการศึกษา ท่านเอาใจใส่ทำนุบำรุงมากทั้งการศึกษาของพระภิกษุสามเณรและของเยาวชน พ.ศ. ๒๔๕๕ ได้จัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้น ชื่อว่า “โรงเรียนวิริยบำรุง” ซึ่งต่อมาได้ โอนเข้าเป็นของเทศบาลและได้เปลี่ยนชื่อว่า “โรงเรียนวัดประดู่ฉิมพลี” พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้จัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลีขึ้น แต่นั้นก็ได้จัดส่งพระภิกษุสามเณรเข้าสอบสนามหลวง เป็นประจำทำให้มีพระภิกษุสามเณรเข้ามาบวชเรียนในสำนักวัดประดู่ฉิมพลีมาก ที่ไปเรียนต่อสำนักอื่นแล้วออกไปเป็นหลักของพระศาสนาในที่อื่นก็มีมากมายหลายรุ่น ส่วนที่ท่านส่งเสริมให้ไปศึกษาต่างประเทศ เช่นประเทศอินเดียเพื่อรับปริญญาก็มีอีก พ.ศ.2596 ได้เป็นกรรมการจัดตั้งโรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรมในทรงธรรม ซึ่งเท่ากับเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาของท่านอีกด้วย

ด้านการอบรมและเผยแพร่ธรรม ท่านเอาใจใส่อบรมธรรมปฏิบัติแก่ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกามาก ทั้งที่เป็นศิษย์ภายในวัดและที่มาจากนอกวัด ลงเทศน์อบรมกรรมฐานและความคุมการปฏิบัติโดยสม่ำเสมอตลอดมาเป็นเวลาช้านาน ได้ปลูกฝังศรัทธาในพระรัตนตรัยให้แก่บุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะและอาชีพเป็นจำนวนนับพันนับหมื่น ยิ่งกว่านั้นยังได้เคยเดินทางออกไปเผยแพร่ธรรมถึงต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 คือเมื่อ 47 ปีมาแล้ว

ในส่วนด้านการบูรณะปฏิสังขรณ์ งานด้านนี้ท่านคงจะได้ทำมากกว่างานด้านอื่นๆ

นับตั้งแต่ท่านยังเป็นพระ เท่าที่มีหลักฐานปรากฏชัด เพราะเป็นงานสำคัญและเป็นงานที่ท่านทำในชั้นหลัง ๆ นี้ก็มี พ.ศ. 2475 สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมหลังหนึ่ง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น จุนักเรียนประมาณ 300 คน ชื่อว่า “โรงเรียนสายหยุดเกียรติยาคาร” สิ้นค่าก่อสร้างในสมัยนั้นประมาณ 30,000 บาท

อีกทั้งยังได้สร้างศาลาเปรียญ 1 หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น ชั้นบน ใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล ชั้นล่างเป็นโรงเรียนประถมศึกษา (ส่วนหนึ่งของโรงเรียนวัดประดู่ฉิมพลี) ชื่อว่า “หออิศราภัสสรสุวภาพ”ในปี พ.ศ.2500 อีกด้วย

รวมถึงการสร้างเขื่อนไม้หน้าวัดแทนเขื่อนเก่าที่ชำรุดหักพัง และซ่อมแซมหลังคา หน้าอุโบสถด้านทิศตะวันตก ซึ่งหักพังลงมา ให้คืนสภาพเดิม โดยเปลี่ยนเป็นเทคอนกรีตเสริมเหล็กตลอดส่วนที่ชำรุด พร้อมทั้งซ่อมแซมหลังคาและทาสีอุโบสถใหม่หมดทั้งหลัง และรื้อ ย้ายกุฏิ 5 หลัง18 ห้อง ไปรวมหมู่เข้าแถวเดียวกันกับสร้างสะพานไม้ถาวรข้ามคลองบางประกอกใหญ่ระหว่างฝั่งวัประดู่ฉิมพลีกับฝั่งประตูน้ำภาษีเจริญ สร้างกุฏิกรรมฐานขึ้น ๔ หลัง พร้อมทางเดินจงกรม ยังรวมไปถึงการ ซ่อมแซมกุฏิ 3 หลัง รวม 8 ห้อง

สร้างหอสมุดขึ้นแทนหอพระไตรปิฎกหลังเก่าที่ชำรุดหมดสภาพเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น ชั้นบนเป็นหอสมุดสำหรับวัดฯ เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและใช้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าพระปริยัติธรรม ชั้นล่างเป็นห้องเรียนประถมศึกษาได้ 4 ห้องเรียน อีกด้วยค่ะ

นับได้ว่าหลวงปู่โต๊ะได้ทำภารกิจมากมายเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา การบูรณะปฏิสังขรณ์และอีกมากมายนับไม่ถ้วน นอกจากนี้ยังทำคุณประโยชน์ให้กับชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นอีกด้วยค่ะ หากใครที่ผ่านไปแถววัดประดู่ทรงธรรมสามารถไปไหว้ที่วัดได้ ไปกันเลยค่ะ Ufabet เว็บหลัก