เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก ของดีที่เซียนชอบ

เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก ของดีที่เซียนชอบ
เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก

เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก หากจะกล่าวถึง พระยาพิชัยดาบหัก คงจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า นอกจากจะมีอนุสาวรีย์แล้ว ยังมีเหรียญพระยาพิชัยดาบหักอีกด้วย วันนี้บทความชิ้นนี้จะชวนทุกคนมาส่องเหรียญพระยาพิชัย
ดาบหัก กันค่ะ การสร้างเหรียญพระยาพิชัยดาบหักนี้ เป็นพิธีมหาพุทธาภิเษกมหาจักรพรรดิ์ ซึ่งเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่รองจาก พิธี 25 พุทธศตวรรษ เลยทีเดียว

เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก เริ่มสร้างขึ้นภายหลังจาก ที่ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ครบ 1 ปี เรื่องอนุสาวรีย์นี้ ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เรียกร้องปรารถนา ให้มีขึ้นนานแล้วแต่ไม่สำเร็จ ต่อมาถึงสมัยนายเวทย์ นิจถาวร เป็น
ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีพ่อค้า ประชาชน ร่วมกันบริจาคทรัพย์เป็นทุนก่อสร้าง โดยไม่มีงบประมาณแผ่นดินและของทางหน่วยงานราชการมาเกี่ยวข้องเลย เป็นการเกิดจากกำลังศรัทธาอันแรงกล้า ของชาว จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ต้องการ
เทิดทูนเกียรติประวัติยอดวีรบุรุษผู้กล้าหาญและเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และประชาชนชาวไทย ซึ่งเก่งกล้าสามารถทั้งชั้นเชิงแม้ไม้มวยไทย ชั้นเชิงทางเพลงดาบและเป็นกำลังสำคัญ
อย่างยิ่ง

ท่านเป็นทัพหน้าในการออกศึกโจมตีข้าศึกทุกครั้ง คือ”ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก “ ท่านเป็นทหารเอกของพระเจ้าตากสิน มหาราช ในการกอบกู้เอกราช ของชาติไทย ปราบชุมนุมต่างๆ รวบรวมเป็นประเทศชาติไทย และ
ปกป้องให้พ้นจากข้าศึกศัตรู มาได้จนเป็นประเทศไทยกระทั่งถึงทุกวันนี้

สำหรับอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ออกแบบและหล่อด้วยทองเหลืองและโลหะผสม โดยกรมศิลปากร ขนาดใหญ่กว่าคนในยุคปัจจุบันจริง 3 เท่า

ในชุดนายทหารสมัยอยุธยาตอนปลาย ในลักษณะยืนถือดาบ 2 ข้าง มีผ้ามัดมือที่ถือด้ามดาบติดกับด้ามดาบ เพื่อป้องกันดาบหลุดจากมือ และดาบอีกข้างหนึ่งหักข้างขวา มีการวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 8สิงหาคม พ. ศ. 2511

จนก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ. ศ 2512 และทางคณะกรรมการซึ่งมีพลโทสำราญ แพทย์กุล แม่ทัพภาคที่ 3เป็นประธาน นายเวทย์ นิจถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ในขณะนั้น เป็นรอง
ประธาน พร้อมด้วยที่ปรึกษาอันทรงเกียรติอีกหลายท่าน ได้ร่วมกัน ดำเนินงานการจัดสร้างเหรียญพระยาพิชัยดาบหักขึ้น ออกแบบเหรียญโดยกองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง โดยจำลองแบบมาจากอนุสาวรีย์ จากนั้นจึงจัด
พิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้น เป็นพิธีมหาจักรพรรดิ์ครั้งยิ่งใหญ่ รองจาก พิธี 25 พุทธศตวรรษเลยทีเดียว

โดยกราบทูลอาราธนา สมเด็จพระสังฆราช วัดมกุฎกษัตริย์ กรุงเทพฯ เสด็จมาเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย อีกด้วย ทางคณะกรรมการผู้จัดสร้าง

ได้กราบอาราธนา นิมนต์พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณร่วมสมัย ซึ่งมีชื่อเสียงทรงวิทยาคุณ เป็น
ที่รู้จักกันดีจากจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น

  • 1.สมเด็จ พระสังฆราช วัดมกุฏกษัตริย์ กรุงเทพฯ ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย
  • 2.หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง
  • 3.หลวงพ่อจันทร์ วัดหาดสองแคว อุตรดิตถ์ (ท่านเก่งทุกด้าน ที่ลือลั่นไปถึง ต่างประเทศนั่นคือ กิเลนเงิน-กิเลนทอง นำโชค)
  • 4.หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง อุตรดิตถ์
  • 5.หลวงพ่อปี้ วัดลานหอย สุโขทัย
  • 6.หลวงพ่อเกตุ วัดศรีเมือง สุโขทัย (ท่านดัง ด้านตะกรุดมหาสะท้อน )
  • 7.หลวงปู่คำมี ถ้ำคูหาสวรรค์ ลพบุรี
  • 8.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ
  • 9.หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค นครสวรรค์
  • 10.หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาค นครสวรรค์
  • 11.หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา
  • 12.หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี
  • 13.หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าศาลาลอย ชุมพร
  • 14.หลวงปู่เม้า วัดสี่เหลี่ยม บุรีรัมย์
  • 15.หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า ระยอง
  • 16.หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ระยอง
  • 17.หลวงพ่อคร่ำ วัดวังหว้า ระยอง
  • 18.หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จันทบุรี
  • 19.หลวงพ่อทบ วัดชนแดน เพชรบูรณ์
  • 20.พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ วัดดอนศาลา นครศรีธรรมราช
  • 21.หลวงพ่อทิพย์ วัดโพธิ์ทอง บุรีรัมย์
  • 22.หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม
  • 23.หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ ศรีสะเกษ
  • 24.หลวงพ่อแก้ว วัดช่องลม สมุทรสาคร
  • 25.หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่
  • 26.พระอาจารย์วัน วัดถ้ำอภัยดำรงค์ธรรม สกลนคร
  • 27.หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี
  • 28.หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
  • 29.หลวงปู่พริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี
  • 30.หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม
  • 31.หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง สมุทรสาคร
  • 32.หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ปราจีนบุรี
  • 33.หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี
  • 34.หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพน
  • 35.หลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว ฉะเชิงเทรา
  • 36.หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม นครปฐม
  • 37.หลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพฯ นครพนม
  • 38.หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
  • 39.หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสาคร
  • 40.หลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง กรุงเทพฯ
  • 41.หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี
  • 42.หลวงพ่อคลิ้ง วัดถลุงทอง นครศรีธรรมราช
  • 43.หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นครปฐม
  • 44.หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ อยุธยา
  • 45.หลวงพ่อจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ นครศรีธรรมราช
  • 46.หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง เชียงใหม่ (อธิษฐานส่งจิตมา)
  • 47.หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี
  • 48.หลวงปู่หนู วัดทุ่งแหลม ราชบุรี
  • 49.หลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง กาญจนบุรี
  • 50.หลวงพ่อมี วัดซำป่างาม ฉะเชิงเทรา
  • 51.หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ อยุธยา
  • 52.ครูบาธรรมชัย วัดทุ่งหลวง เชียงใหม่
  • 53.หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง อยุธยา
  • 54.หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต ขอนแก่น
  • 55.ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี เชียงใหม่
  • 56.หลวงพ่อโอด วัดจันเสน นครสวรรค์
  • 57.หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี
  • 58.หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ นครราชสีมา
  • 59.หลวงพ่อเส็ง วัดบางนา ปทุมธานี
  • 60.หลวงปู่เครื่อง วัดเทพสิงห์หาร อุดรธานี
  • 61.หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง สระบุรี
  • 62.พระครูเมตยานุรักษ์ วัดวชิราลงกรณ์ นครราชสีมา
  • 63.พระครูสัมฤทธิ์ วัดอู่ทอง สุพรรณบุรี
  • 64.พระวิบูลเมธาจารย์ (เก็บ) วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
  • 65.หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม กาญจนบุรี
  • 66.พระครูกาญจโนปมคุณ (ลำไย) วัดลาดหญ้า กาญจนบุรี
  • 67.หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ เพชรบุรี
  • 68.พระครูไพศาลคณารักษ์ วัดไร่ขิง นครปฐม
  • 69.หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย นครนายก
  • 70.หลวงพ่อสีหมอก วัดเขาวังตะโก ชลบุรี
  • 71.พระครูศรีสัตตคุณ วัดสัตหีบ ชลบุรี
  • 72.หลวงปู่บุญทัน วัดประดู่ศรี ปราจีนบุรี
  • 73.พระวิสุทธาจารคุณ วัดเกาะหลัก ประจวบคีรีขันธ์
  • 74.พระอาจารย์สุบิน วัดถ้ำไก่แก้ว นครราชสีมา
  • 75.หลวงพ่อมิ วัดสะพาน ธนบุรี
  • 76.พระครูพิชัยณรงค์ฤทธิ์ วัดคอกหมู กทม.
  • 77.พระอาจารย์บำเรอ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม.
  • 78.พระญาณวิริยาจารย์ วัดธรรมมงคล กทม.
  • 79.พระครูพิทักษ์เขมากร วัดท่าเกวียน ฉะเชิงเทรา
  • 80.หลวงพ่อสุด วัดกาหลง สมุทรสาคร
  • 81.หลวงพ่ออินเทวดา วัดลาดท่าใหม่ จันทบุรี
  • 82.หลวงพ่ออินทร์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม.
  • 83.หลวงพ่อกลั่น วัดอินทาราม อ่างทอง
  • 84.หลวงพ่อสาย วัดจันทรเจริญสุข
  • 85.หลวงพ่อไปล่ วัดดาวเรือง ปทุมธานี
  • 86.หลวงพ่อแดง วัดดอนยอ นครปฐม
  • 87.หลวงพ่อเพชร วัดดงยาง
  • 88.หลวงปู่สี วัดสะแก
  • 89.หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน
  • 90.หลวงพ่อเขียว วัดหรงบล
  • 91.หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน
  • 92.หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก
  • 93.หลวงพ่อโด่ วัดนาตูม
  • 94.หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้
  • 95.หลวงพ่อ อุตมะ วัดวังวิเวการาม
  • 96.หลวงพ่อหว่าง วัดท่าพุทรา (ท่านดังเรื่องตะกรุด)
  • 97.ครูบาวัง วัดบ้านเด่น
  • 98.หลวงพ่อทองสุข วัดโพธิ์ทรายทอง
  • 99.หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร
  • 100.หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม
  • 101.หลวงพ่อเกษม เขมโก
  • 102.หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ
  • 103.หลวงพ่อกลั่น วัดเขาอ้อ
  • 104.หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก
  • 105.หลวงปู่บุญทอง พัทลุง
  • 106.หลวงพ่อหรั่ง พิษณุโลก
  • 107.หลวงปู่อ่อน พิษณุโลก
  • 108.หลวงพ่อรอด พิษณุโลก
  • 109.หลวงพ่อทา วัดดอนตัน จ.น่าน
  • 110.พระอาจารย์ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
  • 111.พ่อท่านบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช
  • 112.หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก สุพรรณบุรี
  • 113.หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช อยุธยา

และคณาจารย์ต่างๆที่ไม่ได้กล่าวนามอีกหลายท่าน มานั่งปรกอธิษฐานจิตมหาพุทธาภิเษกในพิธีครั้งนี้ ตามหมายกำหนดซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2513 ดังนี้มีการรำมวยชกมวยไทย รำดาบและฟันดาบจากสำนักดาบพุทธไธ
สวรรค์ ต่อหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก เวลา 14.30 น. พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทั้งหมดพร้อมที่ปะรำมลฑลพิธี เวลา 15.00 น. พระราชครูวามเทพมุณี ฝ่ายพราหมณ์ ได้ทำพิธีบวงสรวงสักการะดวงวิญญาณพระยาพิชัยดาบหัก
กับบวงสรวงสักการะเทพยาดาทั่วจักรวาลอนันตจักรวาล และบูชาฤกษ์ เป่าสังข์ เคาะบัณเฑาะว์ และลั่นฆ้องชัย เวลา
15.27 น. สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทำพิธีจุดเทียนชัย

พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์แล้วสมเด็จพระสังฆราชทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ในมลฑลพิธี ขณะเดียวกันก็เกิดปรากฏการณ์ พระอาทิตย์ทรงกลดและมีฝนตกเป็นละอองเบาบาง ทั้งๆที่เป็นฤดูหนาวและไม่มีเค้าว่าฝนจะตกเป็น
อัศจรรย์ ประหนึ่งว่าเหล่าเทพยาดาทั่วจักรวาล อนันตจักรวาล ได้รับรู้ ในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ได้ประพรมประสาทพรด้วยน้ำทิพย์อันศักดิ์สิทธิ์บรรดาผู้ร่วมพิธีต่างปิติยินดี ในปรากฏการณ์ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

เมื่อถึงเวลา 19.30 น. เริ่มพิธีมหาพุทธาภิเศก พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทั้งหมด เข้านั่งปรกอธิษฐานจิต ในมลฑลพิธีมหาพุทธาภิเษก สลับกับ การสวดมหาจักรพรรดิ์ราชาธิราช โดยพระพิธีธรรมจาก สำนักวัดราชนัดดารามวรวิหาร
กรุงเทพฯ จำนวนสองชุดๆละ 8 รูป จนตลอดรุ่งเช้า จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 เวลา 06.10 น.กระทำพิธีดับเทียนชัย หลังจากนั้นทางคณะกรรมการได้เปิดจำหน่ายเหรียญพระยาพิชัยดาบหักในงานประจำปีที่

กำหนดขึ้นระหว่าง วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2513 เพื่อให้ผู้มาเที่ยวงานได้บูชากันเป็นการน้อมรำลึกถึง บรรพบรุษผู้กล้าหาญของชาติท่านหนึ่ง นั่นคือ “ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก “ซึ่งเก่งกล้าสามารถทั้งชั้นเชิงแม้ไม้มวยไทยและชั้นเชิง
ทางเพลงดาบ และท่านเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งของพระเจ้าตากสิน มหาราช ท่านจะเป็นทัพหน้าในการออกศึกโจมตีข้าศึกทุกครั้ง

คือ”ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก “ ท่านเป็นทหารเอกของพระเจ้าตากสิน มหาราช คู่พระทัยในการกอบกู้เอกราช ของชาติไทย ปราบชุมนุมต่างๆ รวบรวมเป็นประเทศชาติไทย และปกป้องอธิปไตยให้พ้นจากข้าศึกศัตรู มาได้จนเป็น
ประเทศไทยถึงทุกวันนี้

เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก พุทธลักษณะ ?

เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก

ลิงก์ : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phraya_Pichai.jpg

ลักษณะของเหรียญพระยาพิชัยดาบหัก เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่

ออกแบบเหรียญโดย กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ด้านหน้า มีรูปพระยาพิชัยดาบหัก ในชุด แม่ทัพนายทหารสมัยอยุธยาตอนปลาย ยืนถือดาบ 2 ข้างส่วนข้างขวาหัก 1 ข้าง
ซึ่งกองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ จำลองแบบมาจากอนุสาวรีย์ มีผ้ามัดมือที่ถือด้ามดาบติดกับด้ามดาบ เพื่อป้องกันดาบหลุดจากมือ และดาบอีกข้างหนึ่งหักข้างขวา มุมขอบข้างล่างปรากฎตัวหนังสือไทยว่า พระยาพิชัยดาบหัก จังหวัด
อุตรดิตถ์

ด้านหลังของเหรียญพระยาพิชัยดาบหัก

เป็น ยันต์เกราะเพชร ยันต์มะอะอุ ยันต์หัวใจมนุษย์ ยันต์พระเจ้า 5พระองค์ ยันต์พุทธซ้อน ยันต์เฑาะว์ ยันต์ฤษี ฤาฤา ประกอบอักขระขอมและตัวนะต่าง ๆ กับมีตัวหนังสือ ๑ ก.พ. ๒๕๑๓ ด้านล่าง
เหรียญ ซึ่งในการสร้างเหรียญพระยาพิชัยดาบหักครั้งแรกนี้ทางคณะผู้ดำเนินการสร้างได้เตรียมการสร้างอย่างดีที่สุด ดังนั้นเพื่อให้สมกับเป็นเหรียญยอดวีรบุรุษนักรบผู้เก่งกล้าทั้งแม้ไม้มวยไทยและชั้นเชิงเพลงดาบ ร่วมกับพระเจ้าตากสิน
มหาราชกู้เอกราช และรวบรวมชาติไทย โดยคณะกรรมการได้ส่งแผ่นโลหะทองคำ เงิน และทองแดง ไปอาราธนาให้
คณาจารย์ผู้ทรง คุณวุติแก่กล้าทางวิทยาคมทุกท่านทั่วประเทศที่ได้ลงรายนามที่ทุกท่าน ช่วยลงอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ เพื่อที่จะนำมาหลอมเป็นชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์ยังมีการรวบรวมเอาตะกรุดและชนวนวัตถุมงคลรุ่นเก่า ๆอีกเป็นจำนวนมาก
ผสมเพิ่มเติมอีกด้วย

มารีดเป็นแผ่นโลหะพร้อมที่จะนำไปปั้มเป็นเหรียญ โดยแบ่งมวลสารเหรียญโลหะออกเป็นสามชนิดคือ ทองคำ เงิน และทองแดง เรียกว่าเหรียญพระยาพิชัยดาบหัก ปี 2513 นี้

เปิดประวัติ พระยาพิชัยดาบหัก ?

เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก

สำหรับประวัติของพระยาพิชัยดาบหัก เป็นขุนนางในสมัยอยุธยาตอนปลายและธนบุรี

ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารเนื่องจากเป็นทหารเอกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และเป็นผู้มีส่วนกอบกู้เอกราชของชาติไทยหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง มีชื่อเสียงอย่างยิ่งจากความกตัญญูกตเวทีและความกล้าหาญหนึ่ง ใน สี่ทหารเสือของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้แก่ หลวงราชเสน่หา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท), หลวงพิชัยอาสา (พระยาพิชัยดาบหัก), พระยาเชียงเงิน (พระยาสุโขทัย), หลวงพรหมเสนา (เจ้าพระยานครสวรรค์)

แต่เดิมท่านชื่อ จ้อย เกิดที่บ้านห้วยคา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ศึกษาอยู่กับท่านพระครูวัดมหาธาตุหรือวัดใหญ่ เมืองพิชัย ภายหลัง จ้อยได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นทองดี หรือ ทองดีฟันขาว มีความสามารถและชื่อเสียงอย่างยิ่งทั้งทางเชิงมวยและเชิงดาบ จนได้เข้ารับราชการกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาตาก

ต่อมานายทองดีได้รับแต่งตั้งเป็นองครักษ์มีบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงพิชัยอาสา” เมื่อรับราชการมีความดีความชอบจึงได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ พระยาสีหราชเดโช และพระยาพิชัย ผู้สำเร็จราชการครองเมืองพิชัย ซึ่งรับพระราชทานเครื่องยศเสมอเจ้าพระยาสุรสีห์ ตามลำดับ ภายหลังข้าศึกยกทัพมาตีเมืองพิชัย 2 ครั้ง ในการรบครั้งที่ 2 พระยาพิชัยถือดาบสองมือออกต่อสู้จนดาบหักไปข้างหนึ่ง และรักษาเมืองไว้ได้ ดังนั้นจึงไดัรับสมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เหรียญพระยาพิชัยดาบหัก ที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้ น่าเช่ามาบูชาทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ นอกจากจะมีพุทธคุณที่โดดเด่นในด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรีแล้วยังเข้มเปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธาจากผู้สร้างอีกด้วยค่ะ ใครชอบเหรียญพระนี้ไปหาเช่ากันได้เลย

Credit by : Ufabet